วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

#มนุษย์ชานยอล | chapter 29 ` chanbaek








“อ่ะ!” เสียงของแบคฮยอนกะท่อนกะแท่นตามสัมผัสที่เด็กหนุ่มมอบให้ เขากำลังอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเพราะกำลังถูกหลานชายค่อย ๆ แก้ผ้าออกทีละชิ้นซึ่งเขาก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองว่าตอนนี้ชานยอลกำลังทำหน้าแบบไหนและเสื้อผ้ายังอยู่ครบหรือเปล่า

“ทำตามที่ผมบอก โอเคไหม?”

“ไม่โอเค แกอย่ามาทำเชี่ยวใส่ฉันนะ!”

“ก็นี่ไง จากมิสเตอร์ชาร์ลเปลี่ยนเป็น...ผู้...เชี่ยว...ชาร์ล” เด็กหนุ่มหัวเราะแล้วคว้าข้อมือเล็กข้างหนึ่งที่เหวี่ยงมั่วซั่วเพื่อที่จะโบกกระบาลเขา “จะไม่ลืมตาจริง ๆ น่ะเหรอ?”

“ใช่ ฉันจะสาปส่งแกทั้งอย่างนี้นี่แหละ”

“โอเค ถ้าทำตอนปิดตาจะเสียวกว่าตอนมองหน้ากันอีก นี่บอกไว้เผื่อไม่รู้”

“ห้ะ?” แบคฮยอนละมือออกแล้วก็เบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าตอนนี้หลานชายของเขาล้อนจ้อนอยู่ตรงกลางหว่างขาเขาแถมมือของมันก็กำลังร่นกางเกงนอนของเขาลงไปด้วย ฟั้ค ๆ ๆ “เดี๋ยว ๆ อย่าเพิ่ง!! ...!!!”

ร่างเล็กหลับตาแน่นเมื่อไอ้เด็กชั่วมันก้มลงไปใช้ปากกับส่วนอ่อนไหวของเขาพร้อมกับใช้มือช่วยรูดรั้งขึ้นให้แข็งตัวกว่าเดิมอีกด้วย เวรเอ้ย ทำไมบยอนแบคฮยอนต้องมานอนนิ่ง ๆ ให้หลานชายทำเรื่องบัดสีแบบนี้โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยล่ะ จริงจังหน่อยไหม ถ้าดราม่าใส่ชานยอลมันต้องหยุดแน่ ทำไมไม่ทำ!!!

“อะ...อืม...ชานยอล...พอก่อน...พ...พอ”

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองน้าชายที่กำลังเชิดหน้าขึ้นเพราะความเสียวซ่านที่เขามอบให้ ต่อให้เป็นก้อนหินหรือท่อนไม้ถ้าเจอลิ้นมิสเตอร์ชาร์ลเข้าหน่อยก็เป็นต้องระทวยกันทั้งนั้น สองมือที่กำลังขย้ำกลุ่มผมเขาก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยปลุกปั่นอารมณ์ ดูเหมือนว่าตอนนี้อะไร ๆ จะเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นบ้างแล้วหลังจากตะล่อมอยู่นาน

นี่ก็ไม่ได้โปรมาจากไหน ประสบการณ์อย่างว่ากับผู้ชายด้วยกันก็เคยแค่ครั้งเดียวตอนสมัยม.ต้นซึ่งนั่นก็นานมาแล้วและตอนนั้นน้องแอลโจก็เป็นคนเริ่มก่อนหลายอย่างเลยเช่นการใช้ปากให้

แบคฮยอนเกร็งตัวหอบกระเส่ากับความซ่านเสียว ร่างเล็กปรือตามองหลานชายที่เพิ่งละริมฝีปากออกมาจากส่วนอ่อนไหวก่อนจะโน้มตัวลงมาแลกจูบกับคนที่กำลังเคลิ้มอย่างดูดดื่ม ตอนนี้มันยังไม่เจ็บแบคฮยอนบอกตัวเองอย่างนั้น อีกทั้งการแลกลิ้นกับอีกฝ่ายมันก็ทำให้รู้สึกดีเพราะงั้นการขอให้หยุดเลยยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้


แต่ต่อให้ห้าม...เขาก็มั่นใจว่าชานยอลคงไม่หยุด


ตายแน่...บยอนแบคฮยอนกำลังจะระเบิดตัวตายเพราะเด็กตัวสูงจับมือเขาไปสัมผัสกับส่วนนั้นอีกทั้งยังช่วยประคองให้ขยับรูดรั้งอีกด้วย ซึ่งชานยอลไม่ได้กำลังสอนให้เขาทำ แต่มันกำลังบอกให้ช่วยทำอะไรสักอย่างแทนที่จะนอนเขินอยู่เฉย ๆ

ร่างเล็กซบหน้าลงกับไหล่แกร่งอย่างขลาดอาย แน่นอนว่าตอนนี้มือของเขากำลังช่วยปลุกเร้าส่วนกลางลำตัวให้กับหลานชายอย่างช้า ๆ เสียงลมหายใจที่พ่นรดต้นคอเหมือนกับเป็นการบอกกราย ๆ ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันโคตรน่าขัดใจ แบคฮยอนเลยเร่งมือเร็วยิ่งขึ้น...นั่นแหละ...ชานยอลก็เริ่มส่งเสียงครางอยู่ข้างหูเขาในวินาทีถัดมา

“ขอโทษนะแบคฮยอน...ผมทำคอน้าเป็นรอยแล้ว” เด็กตัวสูงละริมฝีปากออกจากซอกคอขาวพร้อมกับจูบแก้มเบา ๆ ก่อนจะเดินเปลือยเปล่าไปค้นกระเป๋าหน้าตาเฉย แบคฮยอนก้มลงมองรอยที่ว่าแต่ก็ไม่เห็น พอเงยหน้าขึ้นจะด่ามันก็กลับมาพร้อมกับกระปุกเจลแล้ว

“นี่!”

“นอนลงไป”

“อย่ามาสั่งฉันนะ”

“หรือจะอยู่ข้างบน?” ประโยคนี้เรียกเลือดจากดวงหน้าขาวได้เป็นอย่างดี ซึ่งแบคฮยอนไม่เข้าใจว่าที่เขากำลังหน้าแดงแบบนี้เป็นเพราะคำพูดของไอ้เด็กชั่วมันน่าโมโหรือเป็นเพราะเขินกันแน่

แบคฮยอนก้มลงมองกายใหญ่ที่กำลังถูกชโลมด้วยเจล ถึงจะชอบผู้ชายมาตลอดก็เถอะแต่การต้องมามองภาพแบบนี้เป็นครั้งแรกมันก็จะไม่น่าอายเกินไปหน่อยเหรอ สุดท้ายร่างเล็กก็ทนมองได้ไม่นานเลยยกมือขึ้นปิดหน้าอีกครั้ง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ชานยอลประคองร่างของเขาให้กลับไปนอนลงเหมือนในทีแรกนั่นแหละ

“อยากให้ผมใช้นิ้วก่อนไหม”

“ทำไมถามแบบนี้!!!” แบคฮยอนโพล่งออกมาอย่างเหลืออด จะให้กูตอบไงเหรอปาร์คชานยอล แยงนิ้วเข้ามาสิงี้เหรอ ไอ้เด็กเชี่ยเย้ย

“ก็ถามดูไง แต่จะใช้หรือไม่ใช้ก็เจ็บอยู่ดีนั่นแหละ งั้นผมใส่เลยแล้วกันนะ”

“เออ!!!...อ่ะ...เดี๋ยว ๆ” ร่างเล็กนิ่วหน้า เขาไม่คิดว่าชานยอลมันจะเริ่มเร็วขนาดนี้ อย่างน้อยมันก็น่าจะทิ้งดีเลย์สักสี่ซ่าห้าวิหลังจากพูดจบก่อนจะใส่ไอ้นั่นเข้ามาในตัวเขาไหม มันเจ็บนะโว้ย

“หายใจเข้าลึก ๆ ค่ะคนไข้”

“ปาร์คชานยอล!!!” เวลาแบบนี้มึงยังจะกวนตีนอีก!

แบคฮยอนละมือออกมาและเหมือนว่าหลานชายตัวแสบจะรู้ทันเลยรีบคว้ามือเขาเอาไว้พร้อมกับยิ้มกวนใส่ เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากล่างแล้วมองกายร้อนที่กำลังค่อย ๆ ดันเข้าไปในช่องทางด้านหลังของคนตัวเล็กอย่างลำบาก

“โอ้ย!!!”

“โอเค...เข้าไปได้แล้ว” เด็กหนุ่มยกสะโพกมนขึ้นเพื่อปรับท่าทางให้พอดีก่อนจะก้มลงไปจูบน้าชายเพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย แต่ในความคิดของแบคฮยอนคือ...ไม่ว่าจะปลอบด้วยวิธีไหนก็ไม่สามารถสาดไล่ความเจ็บปวดนี้ไปได้อยู่ดีตราบใดที่ผู้กระทำไม่ได้ลองเป็นฝ่ายถูกกระทำเอง

“แกรู้ไหมว่าน้าเจ็บ...”

“รู้ เดี๋ยวพอผมขยับก็เสียวแล้ว โอ้ยยย!” ชานยอลหลับตาแน่นพร้อมกับอ้าปากร้องเพราะถูกอีกคนจิกหัวอย่างแรง เอาวะ!! จะแช่ไว้อย่างนี้ก็ไม่ได้อะไร ขยับมันเลยแล้วกัน!!

“อ่ะ!! โอ้ย!! เบา ๆ สิวะ”

“เบาแล้วเนี่ย...อืม...สุดยอดเลยแบคฮยอน...”

“ห...หยุดส่งเสียงน่าเกลียดแบบนั้นนะ...”

“อา...ผมทำเร็วกว่านี้ได้ไหม...”

“อึ่ก...อย่าเพิ่ง...ฉันยังเจ็บอยู่เลย...” แบคฮยอนหอบหายใจหนัก ขนาดมีเจลหล่อลื่นช่วยแล้วยังเจ็บขนาดนี้แล้วนับประสาอะไรกับคนที่อยู่ ๆ ก็นึกทำกันเลยอย่างไอ้คู่รักหยินหยางนั่นวะ มันต้องทำกี่ครั้งกันถึงจะเป็นเรื่องปกติ

“อา...” เด็กหนุ่มสูดปากก่อนจะโน้มตัวลงมากัดริมฝีปากล่างคนตัวเล็กแล้วดึงเบา ๆ เขากำลังรู้สึกดีมากจนทนไม่ไหวถ้าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ชานยอลควงสะโพกสอบเร่งจังหวะเร็วยิ่งขึ้นจนร่างคนที่นอนอยู่บนเตียงไถลไปตามแรงส่ง

“อ่ะ!” คนตัวเล็กสะดุ้งเมื่อถูกดึงให้ลุกขึ้นมานั่งทับกายใหญ่ที่เข้าไปลึกยิ่งกว่าเดิมกับท่านี้ ชานยอลมองดวงหน้าขาวที่กำลังชื้นเหงื่ออย่างหลงใหลก่อนจะกดจูบไปแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว

แบคฮยอนปรือตามองชานยอลที่อยู่ห่างกันเพียงแค่ช่วงหายใจ ทั้งคู่สบตากันก่อนที่เด็กหนุ่มจะกดท้ายทอยร่างเล็กให้ก้มลงมาจูบ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง ชานยอลบีบคลึงสะโพกมนอย่างย่ามใจแล้วเด้งสะโพกสวนขณะที่ยังแลกลิ้นกับน้าชายตัวเล็กอยู่ไม่ห่าง

แบคฮยอนกัดริมฝีปากล่างแน่นพร้อมกับตวัดแขนกอดรอบคอแกร่งเอาไว้แล้วปล่อยให้ร่างกายโยกไปตามจังหวะที่อีกฝ่ายชักนำแม้ว่าตอนนี้เขาจะนั่งอยู่บนตักของชานยอล ร่างเล็กจำไม่ได้แล้วว่ามันเป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่เขาจูบกับหลานชายตัวเอง

จนถึงตอนนี้บยอนแบคฮยอนเข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้เซฮุนถึงยอมไอ้จงอินถึงมันจะเคยบ่นว่าเจ็บแค่ไหน...มันคงเป็นเพราะหลังความเจ็บปวดนั้นก็ยังมีความสุขสมทั้งทางร่างกายและความรู้สึกที่เขาทั้งคู่มีให้กัน




ที่เรียกว่า ‘ความรัก’

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น